การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร

การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
 
     ก.ความผูกพันและผลการปฏิบัติงานของบุคลากร
        (1) วัฒนธรรมองค์กร โรงเรียนมีวัฒนธรรมองค์กร คือ วัฒนธรรมการร่วมมือของความเป็นเลิศ โดยมีวิธีการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ดังนี้
              1) สร้างวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อกับองค์กร
                  โรงเรียนร่วมกันกำหนดค่านิยมหลักยึดตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ 11 ประการ โดยมุ่งหวังเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร “วัฒนธรรมการร่วมมือของความเป็นเลิศ”  มีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณลักษณะของผู้เรียนของโรงเรียนมาตรฐานสากล ได้แก่  “เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา ล้ำหน้าทางความคิด และผลิตงานอย่างสร้างสรรค์” 
               2) มีเป้าหมายชัดเจนอธิบายได้
                   การที่ต้องกำหนดเป้าหมายเพื่อสร้างคุณลักษณะของผู้เรียนของโรงเรียนมาตรฐานสากล ได้แก่  “เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา ล้ำหน้าทางความคิด และผลิตงานอย่างสร้างสรรค์” ผู้บริหารโรงเรียนไม่สามารถทำได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกัน โดยโรงเรียนได้กำหนดให้การที่บุคลากรสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กร คือ “วัฒนธรรมการร่วมมือของความเป็นเลิศ” ได้ เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรที่ไม่ได้เป็นข้าราชการครู
              3) ผู้บริหารโรงเรียนคำนึงถึงทัศนคติของบุคลากร
                  ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ความสำคัญกับเรื่องทัศนคติให้มากกว่าทักษะในการทำงาน เนื่องจากทักษะในการทำงานนั้นยังสามารถใช้การฝึกฝนกันได้แต่เรื่องทัศนคติในการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่เปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมในองค์กรได้ยากกว่าถ้าหากมีความแตกต่างกันจนเกินไป
              4) คอยแนะแนวทางอย่างสม่ำเสมอ
                   ผู้อำนวยการโรงเรียนมีที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลบุคลลากรแต่ละคนว่ายังดำเนินรอยตามวัฒนธรรมมาถูกทางหรือไม่ เพราะในบางครั้งที่เราปล่อยละเลยวัฒนธรรมเหล่านี้ไป ก็จะทำให้แนวคิดที่ตั้งไว้แต่แรกนั้นค่อยๆ หายไปจนแต่ละคนในองค์กรกลับมามีความคิดที่กระจัดกระจายกันเหมือนเดิม
              5) หมั่นดูผลตอบรับจากบุคลากร
                  ผู้อำนวยการโรงเรียนจะมีการหมั่นคอยวัดผลถึงความเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอว่าบุคลากรในโรงเรียนสามารถดำเนินการทำงานใกล้เคียงกับวัฒนธรรมที่ตั้งไว้ในองค์กรมากน้อยเพียงใด และมีผลที่ตามมาดีขึ้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งนอกจากจะมีการวัดผลแล้วยังต้องมีการสำรวจผลตอบรับของบุคลากรว่าบุคลากรนั้นคิดอย่างไรกับวัฒนธรรมที่มีอยู่ตอนนี้ และส่วนใดที่อยากปรับปรุงเพื่อให้ดำเนินการทำงานให้มีประสิทธิภาพให้ได้มากกว่าเดิมหรือไม่ หรือมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในองค์กรมากน้อยเพียงใด ผู้อำนวยการโรงเรียนจะลงมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับบุคลากร เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานให้เข้ากับวัฒนธรรมในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขในการทำงานอยู่เสมอ
          (2) ปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน โรงเรียนมีวิธีการในการกำหนดปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความผูกพันของบุคลากร ดังนี้
                1) มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นธรรม ดังนี้
                     1.1 ให้ครูลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจำปีการศึกษา/ปีงบประมาณ
                     1.2 มีแต่งตั้งคณะกรรมการการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 4 กลุ่ม
                     1.3 ให้ข้าราชการครูประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานตนเองใน 2 ด้าน คือ การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติตนในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ
                     1.4 มีประกาศร้อยละการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครู และให้ครูรับทราบผลการประเมินคณะกรรมการการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครู
                     1.5 มีประกาศผลการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทุกคนทราบอย่างเปิดเผย
                  2) มีการเพิ่มเงินเดือนหรือค่าตอบแทนพิเศษให้กับลูกจ้างชั่วคราวที่ปฏิบัติงานได้ดีและมีประสบการณ์มากในการทำงานในโรงเรียน
                  3) ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่มีอคติกับบุคลากรในโรงเรียน จึงทำให้การทำงานกับบุคลากรได้โดยไม่รู้สึกถึงความขัดแย้งที่มีอยู่ในใจต่อบุคลากรทุกคนและแสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นบุคลากรคิดแตกต่าง

-------------------------------------------------------------------
 
โรงเรียนนครหลวง “อุดมรัชต์วิทยา”  นำแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
มาใช้การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเข้ารับการประเมินโรงเรียนมาตรฐานสากล ที่จะเข้ารับการประเมินใน ปี พ.ศ. 2655
 
        เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐเป็นการนำหลักเกณฑ์และแนวคิดตามรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) และรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศไทย Thailand Quality Award (TQA) มาปรับให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการไทย และการดาเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 รวมทั้ง การประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ เพื่อให้มีความเหมาะสมตามบริบทของภาคราชการไทย ทั้งนี้ เพื่อให้ส่วนราชการใช้เป็นกรอบในการประเมินองค์กรด้วยตนเอง และเป็นแนวทางในการปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กร เพื่อการยกระดับคุณภาพมาตรฐานการทางานของหน่วยงานภาครัฐไปสู่มาตรฐานสากล
       เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ จัดทำขึ้นโดยอาศัยค่านิยมหลัก (Core-Value) 11 ประการ ดังนี้
       1. การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์
       2. ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นผู้รับบริการ
       3. การเรียนรู้ขององค์การและของแต่ละบุคคล
       4. การให้ความสำคัญกับบุคลากรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
       5. ความคล่องตัว
       6. การมุ่งเน้นอนาคต
       7. การจัดการเพื่อนวัตกรรม
       8. การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง
       9. ความรับผิดชอบต่อสังคม
     10. การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และการสร้างคุณค่า
     11. มุมมองในเชิงระบบ
 
1. การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์
     ผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรประสบความสำเร็จ โดยต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง ต่อไปนี้
     1) การกำหนดทิศทาง ค่านิยมที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยเน้นค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ รวมทั้งกำหนดความคาดหวังขององค์กรที่มุ่งเน้นให้เกิดความสมดุลของความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อเป็นการชี้นาการดำเนินกิจกรรมและการตัดสินใจขององค์กร
     2) การจัดทำกลยุทธ์ ระบบ และวิธีการต่างๆ เพื่อให้บรรลุผลการดำเนินการที่เป็นเลิศ กระตุ้นให้มีนวัตกรรม สร้างความรู้และความสามารถ และทำให้มั่นใจว่าองค์กรมีความยั่งยืน
     3) การกำหนดให้มีระบบการติดตามและทบทวนผลการดำเนินการขององค์กร เพื่อนำผลดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาองค์กร
     4) การกำกับดูแลตนเองที่ดี และการเสริมสร้างจริยธรรมภายในองค์การให้มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ในด้านจริยธรรม การปฏิบัติการ และผลการดำเนินการขององค์การ ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงควรปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี โดยการมีพฤติกรรมที่มีจริยธรรม
     5) การสร้างแรงบันดาลใจ จูงใจ และกระตุ้นให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้องค์การประสบความสำเร็จ มีการพัฒนาและเรียนรู้ มีนวัตกรรม และมีความคิดสร้างสรรค์
     6) การมีส่วนร่วมในการวางแผน การสื่อสาร การสอนงาน การพัฒนาผู้นำในอนาคต การยกย่องชมเชยพนักงาน และการเป็นแบบอย่างที่ดี
 
2. ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นผู้รับบริการ
     การดำเนินการของส่วนราชการ มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชนดังนั้นผู้ที่จะตัดสินว่าส่วนราชการใดดำเนินการประสบความสำเร็จหรือไม่ ได้แก่ประชาชนซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้นเอง
     ทั้งนี้องค์กรที่มุ่งเน้นผู้รับบริการควรให้ความสำคัญกับเรื่อง ดังต่อไปนี้
     - การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการในปัจจุบันและอนาคต คือ การเข้าใจความต้องการของผู้รับบริการในปัจจุบัน และการคาดการณ์ความต้องการของผู้รับบริการที่พึงมีในอนาคต
     - การสร้างความพึงพอใจในคุณภาพการบริการ สามารถดำเนินการได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าถึงบริการ คุณภาพของการให้บริการ การลดข้อผิดพลาดในการให้บริการ การลด ข้อร้องเรียนจากผู้รับบริการ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับผู้รับบริการ ซึ่งช่วยสร้างความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น และความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ ทั้งนี้ องค์กรที่จะสามารถสร้างความ พึงพอใจให้กับผู้รับบริการได้นั้น จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้รับบริการ สามารถคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และตระหนักถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยี รวมทั้งการตอบสนองอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้รับบริการ
 
3. การเรียนรู้ขององค์กรและของแต่ละบุคคล
     การที่องค์กรจะบรรลุผลสำเร็จในการดำเนินการได้นั้น องค์กรต้องมีแนวทางที่ปฏิบัติได้ เป็นอย่างดีในเรื่องการเรียนรู้ขององค์กรและของแต่ละบุคคล การเรียนรู้ขององค์กร รวมถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของแนวทางที่มีอยู่และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่นำไปสู่เป้าประสงค์และแนวทางใหม่ๆ การเรียนรู้ต้องถูกปลูกฝังลงไปในแนวทางที่องค์กรปฏิบัติการ ซึ่งหมายความว่า การเรียนรู้จะต้อง
      1) เป็นปกติวิสัยของงานประจำวัน
      2) มีการปฏิบัติในระดับบุคคล หน่วยงาน และองค์กร
      3) ส่งผลต่อการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
      4) มุ่งเน้นการสร้างและแบ่งปันความรู้ทั่วทั้งองค์กร
      5) เกิดขึ้นจากโอกาสที่ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญและมีความหมายแหล่งการเรียนรู้ในองค์กร รวมถึงความคิดของบุคลากร การวิจัยและพัฒนา ข้อมูลจากผู้รับบริการ การแบ่งปันวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ และการจัดระดับเทียบเคียง (Benchmarking)
     ทั้งนี้ การเรียนรู้ขององค์กรและบุคลากรส่งผลดังนี้
     - การเรียนรู้ขององค์กรส่งผล ดังนี้
      1) การเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้รับบริการผ่านการบริการใหม่หรือที่ปรับปรุงใหม่
      2) การลดความผิดพลาด ความสูญเสีย และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
      3) การปรับปรุงความสามารถในการตอบสนองผู้รับบริการและการลดรอบเวลา
      4) การเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิผลในการใช้ทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร
      5) การเพิ่มผลการดาเนินการขององค์กรเพื่อให้บรรลุผลในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการให้บริการต่อชุมชนในฐานะพลเมืองดี
     - การเรียนรู้ของบุคลากรส่งผล ดังนี้
      1) ทำให้บุคลากรที่อยู่ในองค์กรมีความพึงพอใจและมีทักษะหลากหลายมากขึ้น
      2) เกิดการเรียนรู้ข้ามหน่วยงาน
      3) สร้างสินทรัพย์ทางความรู้ขององค์กร
      4) มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเพื่อให้มีนวัตกรรม
     ดังนั้น การเรียนรู้จึงไม่ควรมุ่งเพียงแต่การให้ได้ผลผลิตและบริการที่ดีขึ้น แต่ควรมุ่งถึงความสามารถในการตอบสนองผู้รับบริการ การปรับตัว นวัตกรรมและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วย เพื่อทำให้องค์กรมีความยั่งยืน รวมทั้งทำให้บุคลากรมีความพึงพอใจและแรงจูงใจในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
 
4. การให้ความสำคัญกับบุคลากรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
     การให้ความสำคัญกับบุคลากร หมายถึง การมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้บุคลากรมีความ พึงพอใจมีการพัฒนา และมีความผาสุก ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติงานที่มีความยืดหยุ่นและมีผลการดำเนินการที่ดีที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของบุคลากรที่มีความแตกต่างกันในด้านสถานที่ทำงานและชีวิตครอบครัว ความท้าทายที่สำคัญในการให้ความสำคัญกับบุคลากร มีดังนี้
     1) การแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กรที่มีต่อความสำเร็จของบุคลากร
     2) การยกย่องชมเชยบุคลากรที่มากกว่าการให้ค่าตอบแทนตามปกติ
     3) การสนับสนุนการพัฒนาและความก้าวหน้าของบุคลากร
     4) การแบ่งปันความรู้ขององค์กรเพื่อให้บุคลากรสามารถให้บริการผู้รับบริการได้ดียิ่งขึ้นและสนับสนุนให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
     5) การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้บุคลากรกล้าคิดกล้าทำและมีนวัตกรรม
     6) การสร้างสภาพแวดล้อมสนับสนุนเพื่อบุคลากรที่หลากหลาย
     องค์กรต้องสร้างความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าประสงค์โดยรวมได้ดีขึ้น
     ความร่วมมือภายในองค์กร อาจรวมถึง ความร่วมมือระหว่างบุคลากรและผู้บริหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรมข้ามหน่วยงาน หรือการปรับโครงสร้างงาน เช่น การพัฒนาทีมงาน ความร่วมมือภายในองค์กร อาจเกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อปรับปรุงความยืดหยุ่น การตอบสนอง และการแบ่งปันความรู้
     ความร่วมมือภายนอกองค์กร อาจเป็นการร่วมมือกับผู้รับบริการ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือในรูปแบบเครือข่ายเป็นความร่วมมือภายนอกที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
     ความร่วมมือภายในและภายนอกองค์กรที่ดีจะก่อให้เกิดการพัฒนาต่อเป้าประสงค์ระยะยาว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาและปรับปรุงองค์กร ดังนั้นองค์กรควรคำนึงถึงความต้องการที่สำคัญที่นาไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน มีวิธีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ มีแนวทางในการประเมินความก้าวหน้า และวิธีการปรับให้เข้ากับสภาวะที่เปลี่ยนแปลง ในบางกรณีการให้การศึกษาและการฝึกอบรมร่วมกันอาจเป็นวิธีการหนึ่งที่คุ้มค่าสำหรับการพัฒนาบุคลากร
 
5. ความคล่องตัว
     องค์กรต้องมีความคล่องตัว เพื่อให้ประสบผลสำเร็จในภาวะปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมีการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่น E-Service ทำให้องค์กรต้องมีการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น มีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้รับบริการเฉพาะราย องค์กรต้องใช้เวลาให้สั้นลงเรื่อยๆ ในการนำผลผลิตใหม่และบริการใหม่หรือที่ปรับปรุงใหม่เข้าสู่สังคม ขณะเดียวกันองค์กรต้องตอบสนองผู้รับบริการให้รวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ การปรับปรุงที่สำคัญในการลดเวลาในการตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ ทำให้องค์กรต้องการระบบงานใหม่ๆ การลดความซับซ้อนของหน่วยงานและกระบวนการ หรือมีความสามารถในการเปลี่ยนจากกระบวนการหนึ่งไปสู่อีกกระบวนการหนึ่งอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บุคลากรที่ได้รับการอบรมข้ามหน่วยงานและได้รับการเอื้ออำนาจในการตัดสินใจจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในบรรยากาศแข่งขันที่รุนแรง
     ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญประการหนึ่งในการบรรลุความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ คือ รอบเวลาในการออกแบบกระบวนการหรือบริการออกสู่สังคม หรือรอบเวลาการสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องบูรณาการการทางานแต่ละขั้นตอน ในกิจกรรมต่างๆ เริ่มตั้งแต่การวิจัยหรือกรอบแนวคิด ไปจนถึงการนำไปปฏิบัติ
     ผลการดำเนินการในด้านเวลามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน และรอบเวลากลายเป็นตัววัดกระบวนการที่สำคัญ การมุ่งเน้นเรื่องเวลาก่อให้เกิดประโยชน์อื่นๆ ที่สำคัญด้วย การปรับปรุงในเรื่องเวลาจะผลักดันให้มีการปรับปรุงต่างๆ ในเรื่องระบบงาน องค์กร คุณภาพ ต้นทุน และผลิตภาพไปพร้อมๆ กัน
 
6. การมุ่งเน้นอนาคต
     ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน การสร้างองค์กรที่มีความยั่งยืนต้องอาศัยความเข้าใจปัจจัยต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่มีผลกระทบต่อการบรรลุพันธกิจและวิสัยทัศน์ขององค์กร ทั้งนี้ องค์กรที่จะประสบความสำเร็จต้องมีแนวคิดที่ในการมุ่งเน้นอนาคตอย่างจริงจัง และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างพันธะระยะยาวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ได้แก่ ผู้รับบริการ บุคลากร ผู้ส่งมอบบริการ สาธารณชน และชุมชนขององค์กร
     การวางแผนงานขององค์กรจึงควรคาดการณ์ล่วงหน้าถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ความคาดหวังของผู้รับบริการและความต้องการของผู้รับบริการ การพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ความคาดหวังของชุมชนและสังคม ดังนั้น เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และการจัดสรรทรัพยากรจึงต้องรองรับปัจจัยดังกล่าวด้วย การมุ่งเน้นอนาคต ครอบคลุมถึงการพัฒนาบุคลากรและผู้ส่งมอบบริการ การวางแผนสืบทอดตำแหน่งที่มีประสิทธิผล การสร้างโอกาสเพื่อนวัตกรรม และการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
 
7. การจัดการเพื่อนวัตกรรม
     นวัตกรรม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่มีความสำคัญต่อการปรับปรุงบริการ กระบวนการ และ
การปฏิบัติการขององค์กร รวมทั้งการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นวัตกรรมควรนำองค์กรไปสู่มิติใหม่ในการดำเนินการ นวัตกรรมไม่อยู่ในขอบเขตงานของการวิจัยและพัฒนาเท่านั้น นวัตกรรมมีความสำคัญต่อการดำเนินการในทุกแง่มุมและทุกกระบวนการ ผู้นำองค์กรจึงควรชี้นำและจัดการให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเรียนรู้ องค์กรควรบูรณาการนวัตกรรมไว้ในการทำงานประจำวันและใช้ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินการขององค์กรสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม
     นวัตกรรมเกิดจากการสะสมความรู้ขององค์กรและบุคลากร ดังนั้น ความสามารถในการเผยแพร่และใช้ประโยชน์จากความรู้เหล่านี้อย่างรวดเร็วจึงมีความสำคัญต่อการผลักดันนวัตกรรมขององค์กร
 
8. การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง
     การวัดและการวิเคราะห์ผลการดำเนินการมีความสำคัญต่อองค์กร การวัดผลควรมาจากความจำเป็นและกลยุทธ์หลักขององค์กร รวมทั้งควรให้ข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับกระบวนการ ผลผลิต และผลลัพธ์ที่สำคัญ
     การจัดการผลการดำเนินการขององค์กรต้องใช้ข้อมูลและสารสนเทศหลายประเภท ซึ่งควรครอบคลุมถึง ผลการดำเนินการด้านผู้รับบริการ ผลผลิตและบริการ รวมทั้งการเปรียบเทียบผลการดำเนินการด้านการปฏิบัติการ กระบวนการ และผลการดำเนินการเทียบกับคู่เทียบเคียง รวมถึงผลการดำเนินการของผู้ส่งมอบ บุคลากร ตลอดจนธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ
     การวิเคราะห์ หมายถึง การสกัดสาระสำคัญของข้อมูลและสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการประเมินผล การตัดสินใจ และการปรับปรุง ในการวิเคราะห์ องค์กรจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อบ่งบอกถึงแนวโน้มการคาดการณ์ และความเป็นเหตุเป็นผลกัน ซึ่งโดยปกติแล้วอาจไม่เห็นเด่นชัด การวิเคราะห์จะสนับสนุนจุดมุ่งหมายหลายๆ ประการ เช่น การวางแผน การทบทวนผลการดำเนินการโดยรวม การปรับปรุง การปฏิบัติการ การจัดการการเปลี่ยนแปลง และการเปรียบเทียบผลการดำเนินการกับคู่เทียบ
     ในการปรับปรุงผลการดำเนินการและการจัดการการเปลี่ยนแปลง องค์กรควรให้ความสำคัญกับการเลือกและใช้ตัวชี้วัดผลการดำเนินการ ที่ควรสะท้อนถึงปัจจัยต่างๆ ที่นำไปสู่การปรับปรุงผลการดำเนินการในด้านผู้รับบริการ การปฏิบัติการ การเงิน และจริยธรรม กลุ่มตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับความต้องการของผู้รับบริการและผลการดำเนินการขององค์กรจะเป็นพื้นฐานที่เด่นชัด ในการทำให้กระบวนการทั้งหมดสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันกับเป้าประสงค์ขององค์กร การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการติดตาม อาจทำให้เกิดการประเมินและเปลี่ยนตัววัดหรือดัชนี ชี้วัดเพื่อให้สนับสนุนเป้าประสงค์ขององค์กรยิ่งขึ้น
 
9. ความรับผิดชอบต่อสังคม
     ผู้นำองค์กรควรให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบที่มีต่อสาธารณะ พฤติกรรมที่มีจริยธรรม และความจำเป็นในการการบำเพ็ญตนเป็นพลเมืองดีด้วย ผู้นำควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการมุ่งเน้นจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและการคุ้มครองป้องกันสุขอนามัยของสาธารณะ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองป้องกั